บทสวดมนต์ทำวัตรเย็น

ทำวัตรเย็น

สวดมนต์ทำวัตรเย็นจากวิดีโอชุดนี้ช่วยให้หลายๆคนผ่านพ้นจุดวิกฤติของชีวิต กลับเข้าสู่ความสงบด้วยสมาธิได้อย่างเยือกเย็น ช่วยขจัดความทุกข์ ความเร่าร้อนจากปัญหาชีวิตและความไม่แน่นอนต่างๆ ขอให้ทุกท่านตั้งใจฟัง เพื่อให้เกิดสมาธิและปัญญา มีความสุข ความเจริญในชีวิต ท่านใดที่มีทุกข์ ขอให้พ้นจากทุกข์ มีโรคร้ายขอให้หายวันหายคืน ท่านใดที่มีความสุข ก็ขอให้สุขยิ่งๆขึ้นไปด้วยเทอญ

วีดีโอสวดมนต์ทำวัตรเย็น วัดพระปฐมเจดีย์ ความยาว 85 นาที

00:00 คาถาบูชาพระรัตนตรัย
03:12 พุทธานุสติ
03:44 พุทธาภิคีติ
05:48 ธัมมานุสติ
06:12 ธัมมาภิคีติ
08:16 สังฆานุสติ
09:13 สังฆาภิคีติ
11:16 ชุมนุมเทวดา
14:38 ไตรสรณคม
15:28 สัมพุทเธ
17:19 นะมการะอัฏฐะกะ
18:16 บทขัดมังคะละสุตตัง(เยสันตา)
22:39 มังคะละสุตตัง
26:24 ระตะนะสุตตัง
35:18 วิสุทธิคาถา ๖ (http://goo.gl/Z0fyMX) : Wn Tw
36:46 กะระณียะเมตตะสุตตัง
39:21 ขันธะปะริตตัง
40:52 ฉัททันตะปะริตตัง
41:29 โมระปะริตตัง
42:59 วัฏฏะกะปะริตตัง
43:58 ธะชัคคะปะริตตัง
52:24 อาฎานาติยะปะริตตัง
1:01:59 อังคุลิมาละปะริตตัง
1:02:20 โพชฌังคะปะริตตัง
1:04:11 อะภะยะปะริตตัง
1:05:03 มะหามังคะละจักกะวาฬะ (มงคลจักรวาลใหญ่)
1:07:18 ระตะนัตตะยัปปะภาวะสิทธิคาถา
1:10:42 ภูมิพลมหาราชวรสฺส ชยมงฺคลวรทานคาถา (ถวายพระพรในหลวง)
1:13:27 คำนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ในพระสถูป ๘ แห่ง ณ ชมพูทวีป
1:15:29 เทวะตาอุยโยชะนะคาถา
1:17:08 อะตีตะปัจจเวกขะณะปาฐะ
1:19:27 กรวดน้ำ (อิมินา)
1:21:34 คำชี้แจงจากวัดพระปฐมเจดีย์

บทสวดมนต์ทำวัตรเย็น  วัดป่าวิเวกวัฒนาราม  คำชะอี  จ.มุกดาหาร

นมัสการพระรัตนตรัย
( พึงนั่งคุกเข่า )

อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ  ภะคะวา
พุทธัง  ภะคะวันตัง  อะภิวาเทมิ  (กราบ)

สวากขาโต  ภะคะวะตา  ธัมโม
ธัมมัง  นะมัสสามิ  (กราบ)

สุปะฎิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ
สังฆัง  นะมามิ  (กราบ)

ปุพพะภาคะนะมะการะ

(นำ)   หันทะ  มะยัง  พุทธัสสะ  ภะคะวะโต  ปุพพะภาคะนะมะ  การัง  กะโรมะ  เสฯ

(รับ)   นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ

พุทธานุสสติ

(นำ)   หันทะ  มะยัง  พุทธานุสสะตินะยัง  กะโรมะ  เสฯ

(รับ)   ตัง  โข  ปะนะ  ภะคะวันตัง  เอวัง  กัลยาโณ
กิตติสัทโท  อัพภุคคะโต,
อิติปิโส  ภะคะวา  อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ,  วิชชาจะระณะ
สัมปันโน  สุคะโต  โลกะวิทู,  อะนุตตะโร  ปุริสะทัมมะสาระถิ
สัตถา  เทวะมะนุสสานัง  พุทโธ  ภะคะวาติ.
( ระลึกถึงพระพุทธคุณ )

พุทธาภิคีติ

(นำ)   หันทะ  มะยัง  พุทธาภิคีตัง  กะโรมะ  เส

(รับ)   พุทธะวาระหันตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต,  สุทธาภิญาณะกะรุณาหิ
สะมาคะตัตโต,  โพเธสิ  โย  สุชะนะตัง  กะมะลังวะ  สูโร,  วันทา
มะหัง  ตะมะระณัง  สิระสา  ชิเนนทัง

 พุทโธ  โย  สัพพะปาณีนัง     สะระณัง  เขมะมุตตะมัง,
ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง     วันทามิ  ตัง  สิเรนะหัง
พุทธัสสาหัสมิ  ทาโส (ทาสี)  วะ    พุทโธ  เม  สามิกิสสะโร,
พุทโธ  ทุกขัสสะ  ฆาตา  จะ    วิธาตา  จะ  หิตัสสะ  เม.

 พุทธัสสาหัง  นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,
วันทันโตหัง  (ตีหัง)  จะริสสามิ พุทธัสเสวะ  สุโพธิตัง
นัตถิ  เม  สะระณัง  อัญญัง พุทโธ  เม  สะระณัง  วะรัง,
เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง  สัตถุสาสะเน,
พุทธัง  เม  วันทะมาเนนะ  (มานายะ) ยัง  ปุญญัง  ปะสุตัง  อิธะ,
สัพเพปิ  อันตะรายา  เม มาเหสุง  ตัสสะ  เตชะสา,

(หมอบกราบลงว่า)

 กาเยนะ  วาจายะ  วะ  เจตะสา  วา,  พุทเธ  กุกัมมัง  ปะกะตัง  มะยา  ยัง,
พุทโธ  ปะฏิคคัณหะตุ  อัจจะยันตัง,  กาลันตะเร  สังวะริตุง  วะ  พุทเธ.

ธัมมานุสสติ

(นำ)   หันทะ  มะยัง  ธัมมานุสสะตินะยัง  กะโรมะ  เสฯ

(รับ)   สวากขาโต  ภะคะวะตา  ธัมโม,
สันทิฏฐิโก  อะกาลิโก  เอหิปัสสิโก,
โอปะนะยิโก  ปัจจัตตัง  เวทิตัพโพ  วิญญหีติ.
( ระลึกถึงพระธรรมคุณ )

ธัมมาภิคีติ

(นำ)   หันทะ  มะยัง  ธัมมาภิคีติง  กะโรมะ  เส

(รับ)   สวากขาตะตาทิคุณะโยคะวะเสนะ  เสยโย,
โย  มัคคะปากะปะริยัตติวิโมกขะเภโท,
ธัมโม  กุโลกะปะตะนา  ตะทะธาริธารี,
วันทามะหัง  ตะมะหะรัง  วะระธัมมะเมตัง.

ธัมโม  โย  สัพพะปาณีนัง     สะระณัง  เขมะมุตตะมัง,
ทุติยานุสสะติฏฐานัง     วันทามิ  ตัง  สิเรนะหัง
ธัมมัสสาหัสมิ  ทาโส (ทาสี)  วะ    ธัมโม  เม  สามิกิสสะโร,
ธัมโม  ทุกขัสสะ  ฆาตา  จะ    วิธาตา  จะ  หิตัสสะ  เม.
ธัมมัสสาหัง  นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,
วันทันโตหัง  (ตีหัง)  จะริสสามิ ธัมมัสเสวะ  สุธัมมะตัง
นัตถิ  เม  สะระณัง  อัญญัง ธัมโม  เม  สะระณัง  วะรัง,
เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง  สัตถุสาสะเน,
ธัมมัง  เม  วันทะมาเนนะ  (มานายะ) ยัง  ปุญญัง  ปะสุตัง  อิธะ,
สัพเพปิ  อันตะรายา  เม มาเหสุง  ตัสสะ  เตชะสา,

(หมอบกราบลงว่า)

กาเยนะ  วาจายะ  วะ  เจตะสา  วา, ธัมมัง  กุกัมมัง  ปะกะตัง  มะยา  ยัง,
ธัมโม  ปะฏิคคัณหะตุ  อัจจะยันตัง, กาลันตะเร  สังวะริตุง  วะ  ธัมเม.

สังฆานุสสติ

(นำ)   หันทะ  มะยัง  สังฆานุสสะตินะยัง  กะโรมะ  เสฯ

(รับ)   สุปะฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ,
อุชุปะฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ,
ญายะปะฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ,
สามีจิปะฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ,
ยะทิทัง  จัตตาริ  ปุริสะยุคานิ  อัฏฐะ  ปุริสะปุคคะลา,
เอสะ  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ,
อาหุเนยโย  ปาหุเนยโย  ทักขิเณยโย  อัญชะลีกะระณีโย,
อะนุตตะรัง  ปุญญักเขตตัง  โลกัสสาติ.

(ระลึกถึงพระสังฆคุณ)

สังฆาภิคีติ

(นำ)   หันทะ  มะยัง  สังฆาภิคีติง  กะโรมะ  เส

(รับ)   สัทธัมมะโช  สุปะฏิปัตติคุณาทิยุตโต,
โยฎฐัพพิโธ  อริยะปุคคะละสังฆะเสฏโฐ,
สีลาทิธัมมะปะวะราสะยะกายะจิตโต,
วันทามะหัง  ตะมะริยานะคะณัง  สุสุทธัง.

สังโฆ  โย  สัพพะปาณีนัง     สะระณัง  เขมะมุตตะมัง,
ตะติยานุสสะติฏฐานัง     วันทามิ  ตัง  สิเรนะหัง
สังฆัสสาหัสมิ  ทาโส (ทาสี)  วะ    สังโฆ  เม  สามิกิสสะโร,
สังโฆ  ทุกขัสสะ  ฆาตา  จะ    วิธาตา  จะ  หิตัสสะ  เม.
สังฆัสสาหัง  นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,
วันทันโตหัง  (ตีหัง)  จะริสสามิ สังฆัสโสปะฏิปันนะตัง
นัตถิ  เม  สะระณัง  อัญญัง สังโฆ  เม  สะระณัง  วะรัง,
เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง  สัตถุสาสะเน,
สังฆัง  เม  วันทะมาเนนะ  (มานายะ) ยัง  ปุญญัง  ปะสุตัง  อิธะ,
สัพเพปิ  อันตะรายา  เม มาเหสุง  ตัสสะ  เตชะสา,

(หมอบกราบลงว่า)

กาเยนะ  วาจายะ  วะ  เจตะสา  วา,  สังเฆ  กุกัมมัง  ปะกะตัง  มะยา  ยัง,
สังโฆ  ปะฏิคคัณหะตุ  อัจจะยันตัง,  กาลันตะเร  สังวะริตุง  วะ  สังเฆ.

สะระณะคะมะนะปาฐะ
( พึงนั่งพับเพียบ )

พุทธัง  สาระณัง  คัจฉามิ,
ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ,
สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ,

ทุติยัมปิ  พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ,
ทุติยัมปิ  ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ,
ทุติยัมปิ  สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ,

ตะติยัมปิ  พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ,
ตะติยัมปิ  ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ,
ตะติยัมปิ  สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ,

สัจจะกิริยาคาถา

นัตถิ  เม  สะระณัง  อัญญัง   พุทโธ  เม  สะระณัง  วะรัง,
เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ    โสตถิ  เม  โหนตุ  สัพพะทา,

นัตถิ  เม  สะระณัง  อัญญัง   ธัมโม  เม  สะระณัง  วะรัง,
เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ    โสตถิ  เม  โหนตุ  สัพพะทา,

นัตถิ  เม  สะระณัง  อัญญัง   สังโฆ  เม  สะระณัง  วะรัง,
เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ    โสตถิ  เม  โหนตุ  สัพพะทา.

มังคะละสุตตัง*

…พะหู  เทวา  มะนุสสา  จะ มังคะลานิ  อะจินตะยุง,
อากังขะมานา  โสตถานัง พรูหิ  มังคะละมุตตะมังฯ

อะเสวะนา  จะ  พาลานัง ปัณฑิตานัญจะ  เสวะนา,
ปูชา  จะ  ปูชะนียานัง เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ปะฏิรูปะเทสะวาโส  จะ ปุพเพ  จะ  กะตะปุญญะตา,
อัตตะสัมมาปะณิธิ  จะ เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

พาหุสัจจัญจะ  สิปปัญจะ วินะโย  จะ  สุสิกขิโต,
สุภาสิตา  จะ  ยา  วาจา เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

มาตาปิตุอุปัฏฐานัง ปุตตะทารัสสะ  สังคะโห,
อะนากุลา  จะ  กัมมันตา เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ทานัญจะ  ธัมมะจะริยา  จะ ญาตะกานัญจะ  สังคะโห,
อะนะวัชชานิ  กัมมานิ เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

อาระตี  วิระตี  ปาปา มัชชะปานา  จะ  สัญญะโม,
อัปปะมาโท  จะ ธัมเมสุ เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

คาระโว  จะ  นิวาโต  จะ สันตุฏฐี  จะ  กะตัญญุตา,
กาเลนะ  ธัมมัสสะวะนัง เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ขันตี  จะ  โสวะจัสสะตา สะมะรารัญจะ  ทัสสะนัง,
กาเลนะ  ธัมมะสากัจฉา เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ตะโป  จะ  พรัหมะจะริยัญจะ อะริยะสัจจานะทัสสะนัง,
นิพพานะสัจฉิกิริยา  จะ เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

ผุฏฐัสสะ  โลกะธัมเมหิ จิตตัง  ยัสสะ  นะ  กัมปะติ,
อะโสกัง  วิระชัง  เขมัง เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ

เอตาทิสานิ  กัตวานะ สัพพัตถะมะปะราชิตา,
สัพพัตถะ  โสตถิง  คัจฉันติ ตันเตสัง  มังคะละมุตตะมันติฯ

กะระณียะเมตตะสุตตัง

 กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ  ยันตัง  สันทัง  ปะทัง  อะภิสะเมจจะ,
สักโก  อุชู  จะ  สุหุชู  จะ  สุวะโจ  จัสสะ  มุทุ  อะนะติมานี.

สันตุสสะโก  จะ  สุภะโร  จะ  อัปปะกิจโจ  จะ  สัลละหุกะวุตติ,
สันตินทริโย  จะ  นิปะโก  จะ  อัปปะคัพโภ  กุเลสุ  อะนะนุคิทโธ.

นะ  จะ  ขุททัง  สะมาจะเร  กิญจิ  เยนะ  วิญญู  ปะเร  อุปะวะเทยยุง,
สุขิโน  วา  เขมิโน  โหนตุ  สัพเพ  สัตตา  ภะวันตุ  สุขิตัตตา.

เย  เกจิ  ปาณะภูตัตถิ  ตะสา  วา  ถาวะรา  วา  อะนะวะเสลา,
ทีฆา  วา  เย  มะหันตา  วา  มัชฌิมา  รัสสะกา  อะณุกะถูลา
ทิฏฐา  วา  เย  จะ  อะทิฏฐา  เย  จะ  ทูเร  วะสันติ  อะวิทูเร,

ภูตา  วา  สัมภะเวสี  วา  สัพเพ  สัตตา  ภะวันตุ  สุขิตัตตา.
นะ  ปะโร  ปะรัง  นิกุพเพถะ  นาติมัญเญถะ  กัตถะจิ  นัง  กิญจิ,
พยาโรสะนา  ปะฏีฆะสัญญา  นาญญะมัญญัสสะ  ทุกขะมิจเฉยยะ.

มาตา  ยะถา  นิยัง  ปุตตัง  อายุสา  เอกะปุตตะมะนุรักเข,
เอวัมปิ  ลัพพะภูเตสุ  มานะสัมภาวะเย  อะปะริมาณัง.

เมตตัญจะ  สัพพะโลกัสมิง  มานะสัมภาวะเย  อะปะริมาณัง,
อุทธัง  อะโธ  จะ  ติริยัญจะ  อะสัมพาธัง  อะเวรัง  อะสัมปัตตัง.
ติฏฐัญจะรัง  นิสินโน  วา  สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ,
เอตัง  สะติง  อะธิฏเฐยยะ  พรัหมะเมตัง  วิหารัง  อิธะมาหุ.
ทิฏฐิญจะ  อะนุปะคัมมะ  สีละวา  ทัสสะเนนะ  สัมปันโน,
กาเมสุ  วิเนยยะ  เคธัง  นะ  หิ  ขาตุ  คัพภะเสยยัง  ปุนะเรตีติ.

ขันธะปะริตตะคาถา

วิรูปักเขหิ  เม  เมตัง เมตตัง  เอราปะเถหิ  เม,
ฉัพยาปุตเตหิ  เม  เมตตัง เมตตัง  กัณหาโคตะมะเกหิ  จะ,
อะปาทะเกหิ  เม  เมตตัง เมตตัง  ทิปาทะเกหิ  เม,
จะตุปปะเทหิ  เม  เมตตัง เมตตัง  พะหุปปะเทหิ  เม,
มา  มัง  อะปาทะโก  หิงสิ มา  มัง  หิงสิ  ทิปาทะโก,
มา  มัง  จะตุปปะโท  หิงสิ มา  มัง  หิงสิ  พะหุปปะโท.

สัพเพ  สัตตา  สัพเพ  ปาณา สัพเพ  ภูตา  จะ  เกวะลา,
สัพเพ  ภัทรานิ  ปัสสันตุ มา  กิญจิ  ปาปะมาคะมา.

อัปปะมาโร  พุทโธ,  อัปปามาโณ  ธัมโม,  อัปปะมาโณ  สังโฆ,  ปะมาณะ
วันตานิ  สิริงสะปานิ,  อะหิวิจฉิกา  สะตะปะที  อุณณา  นาภี  สะระพู
มูสิกา,  กะตา  เม  รักขา  กะตา  เม  ปะริตตา,  ปะฏิกกะมันตุ  ภูตานิ,  โสหัง
นะโม  ภะคะวะโต,  นะโม  สัตตันนัง  สัมมา  สัมพุทธานัง.

พระพุทธเจ้า  ๒๘  พระองค์

 นะโม  เม  สัพพะพุทธานัง       อุปปันนานัง  มะเหสิหัง
ตัณหังกะโร  มะหาวีโร            เมธังกะโร  มะหายะโส
สะระณังกะโร  โลกะหิโต         ทีปังกะโร  ชุตินธะโร
โกณฑัญโญ  ชะนะปาโมกโข     มังคะโล  ปุริสาสะโภ
สุมะโน  สุมะโน  ธีโร             เรวะโต  ระติวัฑฒะโน
โสภีโต  คุณะสัมปันโน           อะโนมะทัสสิ  ชะนุตตะโม
ปะทุโม  โลกะปัชโชโต           นาระโท  วะระสาระถี
ปะทุมุตตะโร  สัตตะสาโร        สุเมโธ  อัปปะฏิปุคคะโล
สุชาโต  สัพพะโลกัคโค          ปิยะทัสสี  นาราสะโก
อัตถะทัสสิ  การุณิโก             ธัมมะทัสสิ  ตะโมนุโท
สัทธัตโถ  อะสะโม  โลเก        ติสโส  จะ  วะทะตัง  วะโร
ปุสโส  จะ  วะระโท  พุทโธ      วิปัสสี  จะ  อะนูปะโม
สิขี  สัพพะหิโต  สัตถา           เวสสะภู  สุขะทายะโก
กะกุสันโธ  สัตถะวาโห           โกนาคะมะโน  ระณัญชะโห
กัสสะโป  สิริสัมปันโน           โคตะโม  สักยะปุงคะโวฯ.

อะภิณหะปัจจะเวกขะณะ

ชะราธัมโมมหิ     เรามีความแก่เป็นธรรมดา
ชะรัง  อะนะตีโต (อะนะตีตา)   เราจะล่วงพ้นจากความแก่ไปไม่ได้
พยาธิธัมโมมหิ     เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา
พยาธิธัง  อะนะตีโต (อะนะตีตา) เราจะล่วงพ้นจากความเจ็บไข้ไปไม่ได้
มะระณะธัมโมมหิ    เรามีความตายเป็นธรรมดา
มะระณัง  อะนะตีโต (อะนะตีตา)   เราจะล่วงพ้นจากความตายไปไม่ได้

สัพเพหิ  เม  ปิเยหิ  มะนาเปหิ  นานาภาโว  วินาภาโว
เราจะละเว้นเป็นต่างๆ คือว่า  จะได้พลัดพรากจากของรักของเจริญใจ  ทั้งสิ้นไป

กัมมัสสะโกมหิ     เรามีกรรมเป็นของของตน
กัมมะทายาโท     เรามีกรรมเป็นทายาท
กัมมะโยนิ     เรามีกรรมเป็นกำเนิด
กัมมะพันธุ     เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
กัมมะปะฏิสะระโณ    เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
ยัง  กัมมัง  กะริสสามิ    เราจะทำกรรมอันใดไว้
กัลยาณัง  วา     เป็นกัลยาณมิตร
ปาปะกัง  วา     เป็นบุญก็ดี  เป็นบาปก็ดี
ตัสสะ  ทายาโท (ทายาทา)  ภะวิสสามิ    เราจะได้รับผลของกรรมนั้นสืบไป

อิตถินา  วา     หญิงก็ดี
ปุริเสนะ  วา     ชายก็ดี
คะหัฏเฐนะ  วา     คฤหัสบดีก็ดี
ปัพพะชิเตนะ  วา     บรรพชิตก็ดี
อะภิณหัง  ปัจจะเวกขิตัพพัง   เราทั้งหลายควรพิจารณาอย่างนี้ ทุกวัน ๆ เถิด.

กายะคะตาสะติภาวะนา

อะยัง  โข  เม  กาโย     กายของเรานี้แล
อุทธัง  ปาทะตะลา     เบื้องบน  แต่พื้นเท้าขึ้นมา
อะโธ  เกสะมัตถะกา     เบื้องต่ำ  แต่ปลายผมลงไป
ตะจะปะริยันโต      มีหนังหุ้มอยู่เป็นที่สุดรอบ
ปูโร  นานัปปะการัสสะ  อะสุจิโน    เต็มไปด้วยของไม่สะอาด มีประการต่างๆ

อัตถิ  อิมัสมิง  กาเย     มีอยู่ในกายนี้
เกสา    คือ  ผมทั้งหลาย        โลมา    คือ   ขนทั้งหลาย
นะขา    คือ  เล็บทั้งหลาย       ทันตา   คือ   ฟันทั้งหลาย
ตะโจ    คือ  หนัง                 มังสัง   คือ   เนื้อ
นะหารู  คือ   เอ็นทั้งหลาย       อัฏฐิ    คือ   กระดูกทั้งกลาย
อัฏญิมิญชัง     เยื่อในกระดูก    วักกัง      ม้าม
หะทะยัง         หัวใจ             ยะกะนัง    ตับ
กิโลมะกัง       พังผืด             ปิหะกัง    ไต
ปัปฝาสัง        ปอด              อันตัง      ไส้ใหญ่
อันตะคุณัง      ไส้น้อย          อุทะริยัง    อาหารใหม่
กะรีสัง           อาหารเก่า        ปิตตัง     น้ำดี
เสมหัง          น้ำเสลด           ปุพโพ     น้ำเหลือง
โลหิตัง          น้ำเลือด          เสโท      น้ำเหงื่อ
เมโท            น้ำมันข้น         อัสสุ       น้ำตา
วาสะ            น้ำมันเหลว       เขโฬ       น้ำลาย
สิงฆาณิกา       น้ำมูก            ละสิกา     น้ำไขข้อ
มุตตัง            น้ำมูตร

เอวะมะยัง  เม  กาโย       กายของเรานี้อย่างนี้
อุทธัง  ปาทะตะลา          เบื้องบน  แต่พื้นเท้าขึ้นมา
อะโธ  เกสะมัตถะกา        เบื้องต่ำ  แต่ปลายผมลงไป
ตะจะปะริยันโต               มีหนังหุ้มอยู่เป็นที่สุดรอบ
ปูโร  นานัปปะการัสสะ  อะสุจิโน    เต็มไปด้วยของไม่สะอาด มีประการต่างๆ ดังนี้แล.

บารมี  ๓๐  ทัศ

ทานะ  ปาระมี       สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
ทานะ  อุปะ  ปาระมี     สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
ทานะ  ปะระมัตถะ  ปาระมี    สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

สีละ  ปาระมี     สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
สีละ  อุปะปาระมี    สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
สีละ  ปะระมัตถะ  ปาระมี    สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

เนกขัมมะ  ปาระมี     สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
เนกขัมมะ  อุปะ  ปาระมี     สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
เนกขัมมะ  ปะระมัตถะ  ปาระมี   สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

ปัญญา  ปาระมี     สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
ปัญญา  อุปะปาระมี    สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
ปัญญา  ปะระมัตถะ  ปาระมี   สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

วิริยะ  ปาระมี      สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
วิริยะ  อุปะ  ปาระมี     สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
วิริยะ  ปะระมัตถะ  ปาระมี    สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

ขันติ  ปาระมี     สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
ขันติ  อุปะปาระมี    สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
ขันติ  ปะระมัตถะ  ปาระมี   สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

สัจจะ  ปาระมี      สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
สัจจะ  อุปะ  ปาระมี     สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
สัจจะ  ปะระมัตถะ  ปาระมี    สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

อธิษฐานะ  ปาระมี    สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
อธิษฐานะ  อุปะปาระมี    สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
อธิษฐานะ  ปะระมัตถะ  ปาระมี   สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

เมตตา  ปาระมี      สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
เมตตา  อุปะ  ปาระมี     สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
เมตตา  ปะระมัตถะ  ปาระมี    สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

อุเบกขา  ปาระมี     สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
อุเบกขา  อุปะปาระมี    สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
อุเบกขา  ปะระมัตถะ  ปาระมี   สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

ทะสะ  ปาระมี      สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
ทะสะ  อุปะ  ปาระมี     สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา
ทะสะ  ปะระมัตถะ  ปาระมี    สัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

ไหว้พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์
(  พึงนั่งคุกเข่า  )

(๑)   อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ
นะโม  ข้าจะไหว้พระพุทธเจ้าองค์ที่  ๑  ชื่อว่า  พระกะกุสันโธ (*)

(๒)   อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ
นะโม  ข้าจะไหว้พระพุทธเจ้าองค์ที่  ๒  ชื่อว่า  พระโกนาคะมะโน (*)

(๓)   อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ
นะโม  ข้าจะไหว้พระพุทธเจ้าองค์ที่  ๓  ชื่อว่า  พระกัสสะโป (*)

(๔)   อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ
นะโม  ข้าจะไหว้พระพุทธเจ้าองค์ที่  ๔  ชื่อว่า  พระโคตะโม (*)

(๕)   อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ
นะโม  ข้าจะไหว้พระพุทธเจ้าองค์ที่  ๕  ชื่อว่า  พระศรีอริยะเมตไตรโย (*)

* เมื่อดับจิตไปขออย่าได้ใหลหลง  ตั้งจิตจำนง  จงใจพระนิพพาน
ขอให้พบดวงแก้ว  ขอให้แคล้วจากบ่วงมาร  ขอให้พบพระเมตไตรย์
ขอให้ไกลจากมาร  ขอให้พบพระเกศ  พระแก้ว  พระจุฬามณี
พระศรีสรรเพชญ์  พระองค์เสด็จเข้าสู่พระนิพพาน  พระพุทธเจ้าสั่งไว้ว่า
ให้ภาวนา  ทุกขัง  อะนิจจัง  อะนัตตา  ( กราบ )

คำบูชาพระธาตุ
(  พึงนั่งคุกเข่า  )

อุกาสะ  วันทามิ  ภันเต  เจติยัง   สัพพัง  สัพพัฏถาฐาเน  สุปะติฏฐิตัง
พุทธะสาริรังกะธาตุง  มหาโพธิง   พุทธะรูปัง  คันธะกุฏิง  จตุททิสา
สะหัสเส  ธัมมะขันเธ  สัพเพตัง   ปาทะเจติยัง  สักการะถัง
อะหัง  วันทามิ  ธาตุโย    อะหัง  วันทามิ  สัพพะโส  อิจเจตัง
ระตะนัตตะยัง     อะหัง  วันทามิ  สัพพะทา

(กราบ)  (กล่าว ๓ จบ)

คำแปล ( ไม่ต้องสวดในเวลาทำวัตรเช้า – เย็น  )

สาธุ ข้าพเจ้าขอโอกาสกราบไหว้บูชา  พระบรมสารีริกธาตุ  แห่ง
พระพุทธองค์   ผู้ทรงเป็นที่พึ่งอันประเสริฐได้ประดิษฐานแล้ว
ในพระสถูปเจดีย์ทั้งหลายเหล่านั้น  ๑  พระพุทธรูปปฏิมา  ๑
พระคันธะกุฎี  ๑  พระบาทเจดีย์  ๑  ด้วยการสักการะเหล่านี้
สาธุ ข้าพเจ้าขอโอกาสกราบไหว้บูชา  พระธรรมทั้งแปดหมื่นสี่พัน
ธัมมะขันธ์  ด้วยการสักการะเหล่านี้
สาธุ ข้าพเจ้าขอโอกาสกราบไหว้บูชชา  พระบรมธาตุแห่งพระ
อรหันตสาวกทั้งหลายเหล่านั้น  ด้วยการสักการะเหล่านี้
ขอจงเป็นกุศล  เป็นนิสัยปัจจัยตามส่งให้จิตของข้าพเจ้าสืบไป

คำแผ่เมตตา
(  พึงนั่งพับเพียบ  )

อะหัง  สุขิโต โหมิ  นิททุกโข  โหมิ  อะเวโร  โหมิ
อัพยาปัชโฌ   โหมิ อะนีโฆ   โหมิ สุขี  อัตตานัง  ปะริหารามิ

สัพเพ  สัตตา  สุขิตา  โหนตุ สัพเพ  สัตตา  อะเวรา  โหนตุ
สัพเพ  สัตตา  อัพยาปัชฌา  โหนตุ สัพเพ  สัตตา  อะนีฆา  โหนตุ
สัพเพ  สัตตา  สุขี  อัตตานัง  ปะริหะรันตุ
สัพเพ  สัตตา  สุขิโน  โหนตุ อะสัมพาธัง  อะเวรัง  อะสัมปะตัง
สัพเพ  สัตตา  อะโรคา  โหนตุ สัพเพ  สัตตา  สัพพะทุกขา  ปะมุญจันตุ
สัพเพ  สัตตา  ลัทธะสุขะสัมปิตติโต  มา  วิคัจฉันตุ
สัพเพ  สัตตา  กัมมัสสะกา  กัมมะทายาทา  กัมมะโยนิ  กัมมะพันธุ  กัม
มะปะฏิสะระณัง,  ยัง  กัมมัง  กะริสสามิ  กัลยาณัง  วา  ปาปะกังวา,  ตัสสะ  ทายาทา  ภะวิสสันติ
สัพเพ  สัตตา  สทา  โหนตุ  อะเวรา  สะขะชีวิโน

ขอให้สัตว์ทั้งหลาย  อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
จงเป็นผู้ดำรงชีพ  อยู่เป็นสุขทุกเมื่อเถิด

กะตัง  ปุญญังพลัง  มัยหัง  สัพเพ  ภาคี  กะวันตุ  เต
ขอให้สัตว์ทั้งหลาย  ได้เสวยผลบุญที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญ
ด้วยกาย  วาจา  ใจ  แล้วนั้นเทอญฯ.

คำอธิษฐาน
(  พึงนั่งคุกเข่า  )

  นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ

 บุญกุศลที่ข้าพเจ้าฯ   ( กล่าวนามตนเอง )    ได้บำเพ็ญเพียรมาแล้ว  ตั้งแต่
ต้นจนถึงปัจจุบัน   อันได้แก่การ
๑)   รักษาศีล   ทรงศีล   ฟังธรรม   ทำสมาธิ   ปฏิบัติบูชา
๒)   ไหว้พระสวดมนต์   ทำวัตรเช้า   ทำวัตรเย็นเป็นนิจ
๓)   ทำบุญ   บริจาคทาน   แผ่เมตตาทุกวันเป็นนิจ
๔)   กตัญญูต่อบิดา   มารดา
๕)   อ่อนน้อมต่อผู้สูงอายุ   ทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ

ขอตั้งจิตอธิษฐานดังนี้

๑)    เกิดภพใด   ชาติใด   ขอให้เกิดเป็นมนุษย์   ขอให้ได้พบพุทธศาสนา ขององค์พุทธะ   และได้ทำบุญกับองค์พุทธะ   พระปัจเจกพุทธะ   พระอรหันต์   พระฤาษี   โยคี   บัณฑิตนายแห่งธรรม   ทั้งฟังธรรม   คำสั่งสอนของท่านเหล่านั้น   จนตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน

๒)   ขอให้ได้ทำบุญ   บริจาคทาน   เป็นนิสัยเป็นปัจจัยอยู่เป็นนิจ   และ ขอให้พ้นทุกข์พ้นภัย   ทั้งสิ้นทั้งปวง   ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป   จนตราบ เท่าเข้าสู่พระนิพพาน

๓)   ขอให้ห่างไกลจากคนพาล   ไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์   ขอ อย่าได้ยินดีในตัวข้าฯ   และขออย่าให้ข้าฯ   ยินดีในบุคคลเหล่านั้น

๔)   ขณะที่ทรงชีวิตอยู่   ขอให้คำว่าไม่มี   จงอย่าบังเกิดขึ้นแก่ข้าฯ  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป   จนตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน

๕)   ขอให้ข้าพเจ้าได้อุดมสมบูรณ์ด้วย   มนุษย์สมบัติ   สววรค์สมบัติ   นิพพานสมบัติ   รูปสมบัติ   ทรัพย์สมบัติ   วรรณสมบัติ   ปัญญาสมบัติ   วาจาสมบัติ   บริวารสมบัติ   เป็นนิสัยเป็นปัจจัย   ตามส่งให้เข้าถึง   ซึ่งพระนิพพาน   ในอนาคตกาลนี้เทอญ.

(  กราบ  ๓  ครั้ง  )

ขอขอบคุณ บทสวดมนต์ทำวัตรเย็นจากเว็บ ธรรมสวนะ
ขอขอบคุณ รูปภาพจาก jusbeam2237.wordpress.com

Please follow and like us:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *