ความศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน ช่วยคลายทุกข์ใจให้กับชาวบ้านมานานมากๆ ท่านปราถนาสิ่งใด ขอให้มากราบท่าน อธิษฐานจิตในสิ่งที่ปราถนา พรที่ท่านขอจะสมหวังดังตั้งใจ

หลวงพ่อโตวัดบางพลี

วันนี้วันอาทิตย์งานหยุด อยากไปทำบุญที่ไหนสักแห่ง เคยได้ยินชื่อ หลวงพ่อโตวัดบางพลี มานานแล้วว่า ท่านศักดิ์สิทธิ์มากๆ แต่ไม่เคยมีโอกาสมาเที่ยววัดบางพลีใหญ่ในเลยสักครั้ง วันนี้ถือเป็นโชคดีที่มีโอกาสได้ไปไหว้ขอพรกับ หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน ที่สมุทรปราการ แม้ช่วงเช้าและตลอดทั้งวันจะติดธุระมากๆ แต่ด้วยหัวใจที่ปราถนาอยากมากราบท่าน ทำให้พาตัวเองไปที่ท่ารถสองแถว สำโรง-บางพลี ตรงตลาดสดสำโรง ตอน 5 โมงเย็นพอดีเป๊ะ รถขับไปเรื่อยๆถึงวัดก็ประมาณ 5:40 นาฬิกา คิดว่าโบถ์หลวงพ่อโตต้องปิดแล้วแน่ๆ แต่ไม่เป็นไรในเมื่อหัวใจมันเรียกร้องขอชมบารมีของท่านรอบๆโบถ์ก็ได้ แต่พอเดินแกมวิ่งมาถึงในวัดปรากฎว่าโบถ์ยังไม่ปิดเลย เหมือนท่านจะทราบว่าเราต้องการมากราบท่าน ^__^ เพราะคุณลุงคนขายของในบริเวณวัดบอกว่า ปกติพอ 5:30 นาฬิกา เขาก็ปิดโบถ์แล้ว เราโชคดีนะที่พระที่ดูแลโบถ์อยู่ ท่านยังไม่ปิดโบถ์ เราได้มีโอกาสกราบท่าน และปิดทองบนองค์หลวงพ่อโต อย่างอิ่มบุญ สุขใจ มีความสุขสุดๆ เพราะทั้งโบถ์มีเราอยู่คนเดียว ไม่มีญาติโยมคนอื่นเหลืออยู่แล้ว เพราะเรามาเป็นคนสุดท้ายของวันนี้ หลังจากกราบท่านแล้ว อยากบูชาของมงคลภายในโบถ์สักอย่างเพื่อความเป็นสิริมงคล เลือกได้หลวงพ่อโตองค์เล็กจิ๋วจำลองสำหรับแขวนหน้ารถยนต์ เราได้ยื่นเงิน 500 บาทให้พระที่ดูแลโบถ์ เพราะของที่จะบูชาเพียง 200 บาท แต่พระท่านไม่รับเงินจากเรา แถมท่านยังให้ของมงคลเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่างด้วย ท่านช่างมีจิตเมตตาต่อเรามากๆ ท่านบอกว่า อาตมาให้โยมนะ เพราะโยมมาเป็นคนสุดท้ายปิดโบถ์วันนี้ โยมเอาของ 2 สิ่งนี้ไปไปอธิษฐานต่อองค์หลวงพ่อโตน่ะ โยมปราถนาสิ่งใดก็อธิษฐานเอานะ สรุปวันนี้ มีโอกาสได้ขึ้นไปกราบองค์หลวงพ่อโตถึงสองครั้งด้วยกัน ช่างโชคดีมากๆ มีความสุขสุดๆ ที่ได้มีโอกาสมาไหวพระ ขอพรกับหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน

หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน
หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน
ของมงคลภายในโบถ์ หลวงพ่อโตวัดบางพลี เพื่อบูชา
ของมงคลภายในโบถ์ หลวงพ่อโตวัดบางพลี เพื่อบูชา
บริเวณหน้าโบถ์ หลวงพ่อโต
บริเวณหน้าโบถ์ หลวงพ่อโต
ทางเข้าโบถ์ หลวงพ่อโต
ทางเข้าโบถ์ หลวงพ่อโต
บริเวณหน้าโบถ์ หลวงพ่อโต
บริเวณหน้าโบถ์ หลวงพ่อโต
ไหว้ราหู วัดหลวงพ่อโต บางพลี
ไหว้ราหู วัดหลวงพ่อโต บางพลี

หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ เป็นพระพุทธรูปที่ได้รับความนับถือและศรัทธาอย่างมากจากคนบางพลี ชาวบ้านระแวกใกล้เคียง และทั่วสารทิศ ที่ได้ทราบข่าวความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน จากปากต่อปาก ทำให้หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน ถ้าใครไม่เคยมาเที่ยวทำบุญ ไหว้พระขอพรกับ หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน เลย ต้องหาโอกาสมาให้ได้สักครั้งในชีวิตนะคะ และที่วัดบางพลีใหญ่ในนี้ บริเวณวัดกว้างใหญ่ มีที่จอดรถไว้บริการหลายจุด มีอาหารขายภายในบริเวณวัดด้วย รวมทั้งมีที่ให้นั่งทาน สะดวกสบาย ร่มรื่น มากๆ

ร้านขายอาหารและของที่ระลึก ภายในวัดหลวงพ่อโตบางพลี
ร้านขายอาหารและของที่ระลึก ภายในวัดหลวงพ่อโตบางพลี
ลานจอดรถ ข้างเจดีย์ วัดหลวงพ่อโตบางพลีใหญ่ใน
ลานจอดรถ ข้างเจดีย์ วัดหลวงพ่อโตบางพลีใหญ่ใน
ประตุเข้าวัด หลวงพ่อโตบางพลีใหญ่ใน
ประตุเข้าวัด หลวงพ่อโตบางพลีใหญ่ใน


ประวัติความเป็นมาหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน
ตามตำนานประวัติ กล่าวว่า เมื่อประมาณ  ๒๐๐ ปี
มีพระพุทธรูป ๓ องค์บังเกิดปาฏิหาริย์ลอยมาตามลำน้ำเจ้าพระยาเรื่อยมา โดยเชื่อว่า ชาวบ้านในสมัยอยุธยาอาราธนา ลงสู่แม่น้ำสายสำคัญนี้ เพื่อให้ท่านหลบหลีกข้าศึก และภัยอันตายจากพม่า

หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปองค์สุดท้ายได้ล่องไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วลอยเข้ามาในลำคลองสำโรง ผู้พบเห็นต่างโจษจันกันไปทั่วถึงปาฏิหาริย์ในครั้งนี้ จึงพากันอาราธนาหลวงพ่อขึ้นที่ปากคลองสำโรง แต่ฉุดดึงเท่าไรก็ไม่สำเร็จ ท่านไม่ยอมขึ้น มีผู้มีปัญญาดีคนหนึ่งได้ให้ความเห็นว่า คงเป็นเพราะบุญญาอภินิหารของท่าน แม้จะใช้จำนวนผู้คนสักเท่าไรอาราธนาฉุดท่านขึ้นบนฝั่งคงไม่สำเร็จเป็นแน่ ควรจะเสี่ยงทายต่อแพผูกชะลอกับองค์ท่าน แล้วใช้เรือพายฉุดท่านให้ลอยมาตามลำน้ำสำโรง และอธิษฐานว่า “หากท่านประสงค์จะขึ้นโปรดที่ใด ก็ขอแสดงอภินิหารให้แพที่ลอยมาจงหยุด ณ ที่นั้นเถิด” เมื่อประชาชนทั้งหลายได้เห็นพ้องต้องกันดังนั้นแล้ว ก็พร้อมใจกันทำแพผูกชะลอกับองค์ท่าน แล้วใช้เรือพายช่วยกันจ้ำพายจูงแพลอยเรื่อยมาตามลำคลอง

ครั้นแพลอยมาถึงบริเวณหน้า วัดพลับพลาชัยชนะสงคราม หรือปัจจุบันนี้คือ วัดบางพลีใหญ่ใน แพที่ผูกชะลอองค์ท่านก็เกิดหยุดนิ่ง ฝีพายพยายามจ้ำและพายกันอย่างเต็มที่เต็มกำลัง แพนั้นก็หาได้ขยับเขยื้อนไม่ ชาวบางพลีถึงกับขนลุกซู่เห็นเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก ต่างก้มลงกราบนมัสการด้วยความเคารพสักการะ แล้วพร้อมใจกันอาราธนาตั้งจิตอธิษฐานว่า “ถ้าหลวงพ่อจะโปรดคุ้มครองชาวบางพลีให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขแล้ว ก็ขออาราธนาอัญเชิญองค์ท่านให้ขึ้นจากน้ำได้โดยง่ายเถิด”

และก็เป็นที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก เพียงใช้คนไม่มากนัก ก็สามารถอาราธนาท่านขึ้นจากน้ำได้โดยง่าย ทำให้ประชาชนต่างแซ่ซ้องในอภินิหารของท่าน และได้อาราธนาท่านขึ้นไปประดิษฐานในพระวิหาร ซึ่งต้องชะลอท่านขึ้นข้ามฝาผนังวิหาร เพราะขณะนั้นหลังคาพระวิหารยังไม่มี และประตูวิหารก็เล็กมาก ต่อจากนั้นท่านจึงได้ประดิษฐานอยู่ในวิหารนั้นเรื่อยมา ครั้นต่อมาได้รื้อวิหารนั้นเพื่อสร้างเป็นพระอุโบสถที่ถาวร จึงต้องชะลออาราธนาองค์ท่านมาพักไว้ยังศาลาชั่วคราว จนกระทั่งได้สร้างพระอุโบสถสำเร็จแล้ว จึงได้อาราธนาท่านไปประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ เพื่อเป็นประธานของวัดบางพลีใหญ่ใน

พุทธลักษณะหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน
หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย (สะดุ้งมาร) หน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ ลืมพระเนตร เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย เนื้อเป็นทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ ความที่องค์ของท่านใหญ่โตมากเพราะหน้าตักกว้างถึง 3 ศอก 1 คืบ ชาวบ้านจึงขนานนามท่านว่า “หลวงพ่อโต”

หลวงพ่อโตแปลงร่าง ?
เมื่อครั้งที่ท่านยังประดิษฐานอยู่ในพระวิหารเก่า บางวันที่เป็นวันพระขึ้น 15 ค่ำ กลางคืนผู้คนจะได้ยินเสียงพึมพำอยู่ในวิหารคล้ายเสียงสวดมนต์ ครั้นเมื่อเข้าไปดูก็ไม่เห็นมีใครอยู่ในนั้นเลยนอกจากหลวงพ่อโต บางคราวพระภิกษุสามเณรในวัดจะเห็นพระภิกษุชราห่มจีวรสีคร่ำคร่า ถือไม้เท้าเดินออกมายืนสงบนิ่งอยู่หน้าวิหาร ผู้ที่พบเห็นต่างก็เรียกกันมาดู เมื่อทุกคนเห็นพร้อมกันดีแล้ว ภิกษุชรารูปนั้นก็เดินหายเข้าไปในวิหารตรงองค์ของหลวงพ่อ เป็นดังนี้หลายครั้งหลายหน บางครั้งจะมีผู้เห็นเป็นชายชรารูปร่างสง่างาม มีรัศมีเปล่งปลั่ง นุ่งขาวห่มขาวเข้ามาหาหลวงพ่อแล้วก็หายไปตรงพระพักตร์ของท่าน

แสดงปาฏิหาริย์ !!
เมื่อสร้างพระอุโบสถเสร็จใหม่ๆ ก่อนจะอาราธนาหลวงพ่อเข้าไปประดิษฐานภายในพระอุโบสถ ได้วัดองค์ท่านกับช่องประตูพระอุโบสถ ช่องประตูใหญ่กว่าองค์ท่านประมาณ 5 นิ้ว ซึ่งสามารถนำท่านชะลอผ่านประตูเข้าไปได้สบายมาก ครั้นเวลาอาราธนาหลวงพ่อเข้าสู่พระอุโบสถจริงๆ กลับปรากฏว่า องค์หลวงพ่อใหญ่กว่าช่องประตูมาก จะทำอย่างไรก็ไม่สามารถนำท่านผ่านประตูเข้าไปได้

คณะกรรมการและประชาชนทั้งหลายเห็นเช่นนั้นก็พากันตกใจ ให้ความเห็นว่าต้องทุบช่องประตูออกเสียให้กว้าง เมื่อนำหลวงพ่อเข้าไปแล้วค่อยทำประตูกันใหม่ แต่บางท่านให้ความเห็นว่าหลวงพ่อโตคงจะแสดงอภินิหารให้ทุกคนได้เห็นเป็นอัศจรรย์ก็ได้ ดังนั้นจึงพร้อมใจกันจุดธูปเทียนบูชาอธิษฐานขอให้หลวงพ่อผ่านเข้าประตูพระอุโบสถได้ เพื่อเป็นมิ่งขวัญคุ้มครองชาวบางพลีสืบต่อไป เมื่ออธิษฐานเสร็จแล้ว ก็อาราธนาหลวงพ่อเข้าสู่ประตูพระอุโบสถใหม่ คราวนี้ทุกคนก็ต้องแปลกใจที่องค์หลวงพ่อผ่านเข้าประตูพระอุโบสถได้อย่างง่ายดาย โดยมีช่องว่างระหว่างองค์หลวงพ่อกับประตูพระอุโบสถเสียอีก นับว่าเป็นที่น่าอัศจรรย์ในอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ขององค์หลวงพ่อโตยิ่งนัก

ครั้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2520 หลวงพ่อได้กระทำให้เกิดปาฏิหาริย์ที่องค์ท่านซึ่งเป็นทองสัมฤทธิ์ เกิดนุ่มนิ่มไปหมดทั้งองค์ดังเนื้อมนุษย์ และต่อมาในปี พ.ศ.2522 ก็เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้อีกครั้งหนึ่ง

บนบานศาลกล่าวหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน
ผู้คนที่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจต่างๆ นานา มักจะมากราบไหว้บนบานศาลกล่าวอธิษฐานขอให้หลวงพ่อโตช่วยให้สมปรารถนา เมื่อสำเร็จผลแล้ว มักจะนำใบลานที่สานเป็นปลาตะเพียนเงินปลาตะเพียนทองมาถวายเป็นการแก้บน สาเหตุที่ใช้ปลาตะเพียนนั้น เพราะเชื่อกันว่าเป็นปลาคู่บารมีของหลวงพ่อ มีเรื่องเล่าว่า ในอดีตที่ข้างวิหารมีสระน้ำย่อมๆ อยู่สระหนึ่ง บางคราวจะมีปลาเงินปลาทอง หรือปลาตะเพียนเงิน ปลาตะเพียนทอง ขนาดใหญ่ 2 ตัว ปรากฏให้เห็นลอยเล่นน้ำอยู่คู่กันในสระ ซึ่งในสระนั้นไม่เคยมีปลาตะเพียนเงินตะเพียนทองมาก่อนเลย !!

ส่วนเรื่องที่ห้ามบนบานเด็ดขาดก็คือ การขอให้ไม่ถูกเกณฑ์ทหาร เช่นเดียวกับหลวงพ่อโสธร หลวงพ่อบ้านแหลม หลวงพ่อ (ทอง) วัดเขาตะเครา เพราะผู้ที่บนในเรื่องดังกล่าว จะต้องถูกเกณฑ์ทหารทุกราย

งานนมัสการหลวงพ่อโต ทางวัดได้จัดให้มีงานสมโภชปีละ 3 ครั้ง คือ

  • งานปิดทองฝ่าพระพุทธบาทและนมัสการหลวงพ่อโต ระหว่างวันขึ้น 15 ค่ำ ถึง วันแรม 2 ค่ำ เดือน 3
  • งานนมัสการและปิดทองหลวงพ่อโต ระหว่างวันขึ้น 15 ค่ำ ถึง วันแรม 2 ค่ำ เดือน 4
  • งานประเพณีรับบัวและนมัสการหลวงพ่อโต ระหว่างวันขึ้น 11 ค่ำ ถึง วันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 มีการจัดขบวนเรือแห่แหนหลวงพ่อโต (จำลอง) ไปตามลำคลองสำโรง เพื่อรับดอกบัวที่ผู้คนถวายเป็นพุทธบูชา

นอกจากนี้ในวันวิสาขบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี จะมีงานทำบุญฉลองที่หลวงพ่อโตแสดงปาฏิหาริย์ให้องค์หลวงพ่อนิ่มเหมือนเนื้อของมนุษย์ หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไปและชาวบางพลี รวมทั้งเป็นมิ่งขวัญของวัดบางพลีใหญ่ใน มาจนตราบเท่าทุกวันนี้

การเดินทาง
รถสองแถว

นั่งรถสองแถวจากตลาดสำโรง จะเขียนว่า สำโรง บางพลี รถจะผ่านข้างวัดเลย เราก็เดินเข้าไปในวัดได้เลยค่ะ ค่ารถคนล่ะ 10 บาท ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 40 นาที ขากลับก็รอรถที่จุดเดิมแต่อีกฟากหนึ่งของถนนนะคะ รถจากบางพลีจะขับผ่านตลาดสำโรงค่ะ

ตลาดสดสำโรง
ตลาดสดสำโรง
รถสองแถว สำโรง-บางพลี
รถสองแถว สำโรง-บางพลี
รถสองแถว สำโรง-บางพลี
รถสองแถว สำโรง-บางพลี
Please follow and like us:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *