เมืองลับแล ดินแดนลึกลับ

ภูลังกา

เมืองลับแล มีจริงหรือไม่ ตั้งแต่ผู้เขียนเกิดมา จนอายุ 36 ปี แล้ว ได้ยินเรื่องราวเมืองลับแล มามากพอควร ทั้งจากละครโทรทัศน์บ้าง จากหนังสือการ์ตูน จากบันทึกของหลวงพ่อหลายๆท่าน ผ่านทางบทความ และ ยูทูป สำหรับผู้เขียนแล้ว เชื่อเรื่อง ตายแล้วไม่สาบสูญ แต่เราจะต้องเวียนว่ายตายเกิดนับชาติไม่ถ้วน ตามภพภูมิต่างๆ ตามผลของบุญ ผลของกรรม ที่เหวี่ยงให้เราไปอยู่ภพภูมิต่างๆ จนกว่าเราจะเข้าสู่นิพพาน คือหลุดพ้นจากการเกิดตลอดไป….

มีพระกรรมฐานที่เดินธุดงค์ ตามป่าลึกหลายท่าน ท่านก็เคยกล่าวไว้ว่า เมืองลับแล ดินแดนลึกลับ มีอยู่จริง บางครั้งผู้คนในเมืองลับแล ยังนำข้าวปลา อาหารแห้ง มาใส่บาตร ให้พระธุดงค์ ก็ยังมี ซึ่งเรื่องพวกนี้ เราก็ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงไหม มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะพิสูจน์ได้ด้วยขบวนการทางวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าใครที่ทำสมาธิจนได้ฌานระดับสูง จนสามารถรับทราบเรื่องโลกทิพย์ โลกวิญญาณ จะทราบดีว่า เมืองลับแล ดินแดนลึกลับ มีอยู่จริงๆ

ตำนานเมืองลับแล

เมือง ลับแลนั้นเป็นอำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ แต่เดิมคงเป็นเมืองที่การเดินทางไปมาไม่สะดวก เส้นทางคดเคี้ยว ทำให้คนที่ไม่ชำนาญทางพลัดหลงได้ง่าย จนได้ชื่อว่าเมืองลับแล ซึ่งแปลว่า มองไม่เห็น มีเรื่องเล่ากันว่าคนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้เข้าไปถึงเมืองลับแล ตำนานเมือง ลับแล มีการเล่าเรื่องความเป็นมาของลับแลอยู่  2  ตำนาน  คือ
           ตำนานแรกเล่ากันสืบมาว่า ครั้งหนึ่งมีชายคนหนึ่ง (น่าจะเป็นคนเมืองทุ่งยั้ง) เข้าไปในป่า ได้เห็นหญิงสาวสวยหลายคนเดินออกมา ครั้นมาถึงชายป่า นางเหล่านั้นก็เอาใบไม้ที่ถือมาไปซ่อนไว้ในที่ต่างๆ แล้วก็เข้าไปในเมือง ด้วยความสงสัยชายหนุ่มจึงแอบหยิบใบไม้มาเก็บไว้ใบหนึ่ง ตกบ่ายหญิงสาวเหล่านั้นกลับมา ต่างก็หาใบไม้ที่ตนซ่อนไว้ ครั้นได้แล้วก็ถือใบไม้นั้นเดินหายลับไป มีหญิงสาวคนหนึ่งหาใบไม้ไม่พบ เพราะชายหนุ่มแอบหยิบมา นางวิตกเดือดร้อนมาก ชายหนุ่มจึงปรากฏตัวให้เห็นและคืนใบไม้ให้ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือ ขอติดตามนางไปด้วยเพราะปรารถนาจะได้เห็นเมืองลับแล หญิงสาวก็ยินยอม นางจึงพาชายหนุ่มเข้าไปยังเมืองซึ่งชายหนุ่มสังเกตเห็นว่าทั้งเมืองมีแต่ ผู้หญิง นางอธิบายว่าคนในหมู่บ้านล้วนมีศีลธรรม ถือวาจาสัตย์ ใครประพฤติผิดก็ต้องออกจากหมู่บ้านไป ผู้ชายส่วนมากมักไม่รักษาวาจาสัตย์จึงต้องออกจากหมู่บ้านกันไปหมด แล้วนางก็พาชายหนุ่มไปพบมารดาของนาง ชายหนุ่มเกิดความรักใคร่ในตัวนางจึงขออาศัยอยู่ด้วย มารดาของหญิงสาวก็ยินยอม แต่ให้ชายหนุ่มสัญญาว่าจะต้องอยู่ในศีลธรรม ไม่พูดเท็จ ชายหนุ่มได้แต่งงานกับหญิงสาวชาวลับแลจนมีบุตรชายด้วยกัน 1 คน

วันหนึ่งขณะที่ภรรยาไม่อยู่บ้าน ชายหนุ่มผู้พ่อเลี้ยงบุตรอยู่ บุตรน้อยเกิดร้องไห้หาแม่ไม่ยอมหยุด ผู้เป็นพ่อจึงปลอบว่า “แม่มาแล้วๆ” มารดา ของภรรยาได้ยินเข้าก็โกรธมากที่บุตรเขยพูดเท็จ เมื่อบุตรสาวกลับมาก็บอกให้รู้เรื่อง ฝ่ายภรรยาของชายหนุ่มเสียใจมากที่สามีไม่รักษาวาจาสัตย์ นางบอกให้เขาออกจากหมู่บ้านไปเสีย แล้วนางก็จัดหาย่ามใส่เสบียงอาหารและของใช้ที่จำเป็นให้สามี พร้อมทั้งขุดหัวขมิ้นใส่ลงไปด้วยเป็นจำนวนมาก จากนั้นก็พาสามีไปยังชายป่า ชี้ทางให้ แล้วนางก้กลับไปเมืองลับแล ชายหนุ่มไม่รู้จะทำอย่างไรก็จำต้องเดินทางกลับบ้านตามที่ภรรยาชี้ทางให้ ระหว่างทางที่เดินไปนั้น เขามีความรู้สึกว่าถุงย่ามที่ถือมาหนักขึ้นเรื่อยๆ และหนทางก็ไกลมาก จึงหยิบเอาขมิ้นที่ภรรยาใส่มาให้ทิ้งเสียจนเกือบหมด   ครั้นเดินทางกลับไปถึงหมู่บ้านเดิม บรรดาญาติมิตรต่างก็ซักถามว่าหายไปอยู่ที่ไหนมาเป็นเวลานาน ชายหนุ่มจึงเล่าให้ฟังโดยละเอียดรวมทั้งเรื่องขมิ้นที่ภรรยาใส่ย่ามมาให้แต่ เขาทิ้งไปเกือบหมด เหลืออยู่เพียงแง่งเดียว พร้อมทั้งหยิบขมิ้นที่เหลืออยู่ออกมา ปรากฏว่าขมิ้นนั้นกลับกลายเป็นทองคำทั้ง แท่ง ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจและเสียดาย จึงพยายามย้อนไปเพื่อหาขมิ้นที่ทิ้งไว้ ปรากฏว่าขมิ้นเหล่านั้นได้งอกเป็นต้นไปหมดแล้ว และเมื่อขุดดุก็พบแต่แง่งขมิ้นธรรมดาที่มีสีเหลืองทอง แต่ไม่ใช่ทองเหมือนแง่งที่เขาได้ไป เขาพยายามหาทางกลับไปเมืองลับแล แต่ก็หลงทางวกวนไปไม่ถูก จนในที่สุดก็ต้องละความพยายามกลับไปอยู่หมู่บ้านของตนตามเดิม

ถ้าใครยังไม่หายสงสัยว่า เมืองลับแล มีจริงหรือไม่ ลองฟังวีดิโอชุดนี้ดูนะคะ แล้วจะทราบว่า เมืองลับแล ดินแดนลึกลับ มีจริงๆไหม ควรใช้ วิจารณญาณในการฟัง นะคะ 🙂

 ภูลังกา เมืองลับแล นครพญานาค

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://oknation.nationtv.tv
ขอขอบคุณรูปภาพจาก pantip.com [CR]”ภูลังการีสอร์ท” สุดยอดที่พักหลักร้อยในตำนานที่สาบานว่าต้องมาให้ได้

Please follow and like us:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *